Home ข้อคิด คนมี”ทิฎฐิมานะ”สูง มักทำลายโอกาสดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

คนมี”ทิฎฐิมานะ”สูง มักทำลายโอกาสดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

2 second read
0
0

ทิฏฐิมานะ คือ การถือตัวว่าฉันถูก แกผิด และฉันต้องยืนหยัดยึดสิ่งนี้

ในโลกนี้มีคนจำนวนหนึ่ง ที่มีทิฏฐิมานะสูงมาก สูงมากจนทำลายโอกาสดีๆ ในชีวิต สูงมากจนทำลายความสัมพันธ์ดีๆ ในชีวิต สูงมากจนทำลายช่วงเวลาดีๆที่ผ่านไป ไม่สามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้การมีทิฏฐิ มันต่อเนื่องมาจากการมีอัตตา คือตัวกู-ของกู ยึดมั่นในตัวตนของตัวเองอย่ างหนัก

หนักจนต่อเนื่องมาใช้กับคนอื่น ที่น่าเศร้าที่สุด คือการนำมาใช้กับคนที่เรารักเนี่ยแหละ

สามีภรรย าคู่หนึ่ง อยู่กินมา 20 ปี ไม่มีลูก ทะเลาะกันในเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่ต่างคิดว่าตัวเองถูก มี ทิฏฐิ กันทั้งคู่เลยไม่ยอมคุยกัน อยู่ในบ้านกินอยู่กันปกติ แต่ไม่พูดกันแม้แต่คำเดียว อีกฝ่ายรออีกฝ่ายที่จะเอ่ยปากก่อน

จนเวลาผ่านไปถึง 2 ปี สามีล้มฟุบในห้องน้ำ

เลยส่งเสียงเรียกภรรย ามาช่วย นี่คือการพูดกันครั้งแรกในรอบ 2 ปี สุดท้ายภรรย าพาสามีไปโรงพย าบาล หมอวินิจฉัยว่า สามีเป็นมะเร็งตับขั้นสุดท้าย น่าจะมีเวลาอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 เดือนทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้เสียใจ เสียใจที่เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีก 2 เดือน

แต่เสียใจมากกว่าที่เผาเวลา 2 ปีไปอย่ างไม่มีความหมาย นี่แหละผลของทิฏฐิมานะ ผลของความยึดมั่นถือมั่น เห็นเป็นสำคัญว่าฉันถูก

คำถามสำคัญ 3 ข้อที่ครูบาอย ากให้เราถามใจตัวเองคือ

1.จริงๆ เราถูกจริงๆ หรือ ที่เราแค่คิดเข้าข้างตัวเอง?

2.แล้วจริงๆ สิ่งที่ถูกมันมีมุมเดียวหรือ มุมอื่นที่ถูกต้องก็มีเหมือนกันรึเปล่า?

3.ต่อให้เราถูก เขาผิดจริงๆ แล้วความถูกต้องมันมีค่าแค่ไหนกัน? มันทำให้เรามีความสุขได้มากกว่า การที่เราปล่อยวางวางลงรึเปล่า?

ในมุมครูบาฯ ความถูกต้องในสมองไม่มีทางสำคัญไปกว่าความสุขในใจไปได้เลย คนที่มีทิฏฐิมานะ คนทั่วไปจะมองเข้ามาแล้วคิดว่าคนๆ นี้ช่างยืนหยัด มีสัจจะ เป็นคนจริงและแข็งแกร่งเสียเหลือเกิน แต่เรื่องจริงก็คือ ภายในเขาอ่อนแอ และอ่อนไหวมากเลยต้องสร้างเกราะกำบังขึ้นมาขวางตาคน ไม่เห็นความอ่อนแอนั้น

ทิฏฐิมานะ คือเกราะกำบังอันนั้นแหละ น่าสลดที่ว่าเกราะกำบังอันนี้ มันดันเป็นสิ่งเดียวกับกำแพง ที่กั้นขวางความสุขที่เขาควรได้ควรมีในชีวิตนี้ไปด้วย ชีวิตคนเรามันสั้นนัก การที่เราจะได้อยู่กับใครซักคนยิ่งสั้นกว่า จะยึดมั่นถือมั่นไปทำไม จะถือความถูกต้องที่มองจากมุมตัวเองไปทำไม

จะแบกก้อนหินยักษ์นี้ไว้ให้ปวดหลังไปทำไม ทำไมไม่วางลง?ลดทิฏฐิ ลดอัตตาลงปล่อยไปเถอะสิ่งที่ยึดไว้ เสียอะไรไปกี่อย่ างแล้วชีวิตนี้ เสียโอกาสดีๆ ไปกี่ครั้ง เสียช่วงเวลาสวยงามไปนานเท่าไหร่ เสียคนดีๆ ออกจากชีวิตไปกี่คนแล้ว แล้วจะปล่อยให้เสียอย่ างนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่

ถึงวันต า ยเลยไหม ฮะ ?อย่ าไปยึดเลยทิฏฐิ อย่ าไปยึดเลยศักดิ์ศรี คนที่ยึดศักดิ์ศรีอย่ างเข้มข้น สุดท้ายตอนต า ยจะวางเปล่าและเหงาหงอย เพราะเหลือเพียงศักดิ์ศรีจอมปลอมที่ไว้กอดก่อนต า ยอย่ างเดียวดายเนี่ยแหละ วินาทีที่ใกล้ต า ย ถึงจะค่อยมาสำนึกว่าใช้ชีวิตผิดมาตลอด พวกเราอย ากเป็นคนๆ นั้นจริงๆ หรอ?

ปล่อยวางนะโยม ปล่อยไปเถอะ อะไรมันหนักก็ค่อยๆวางลง พอวางได้ใจมันก็จะเป็นสุข มันจะเบา มันจะโล่ง มันจะอิ่มเอม คนเราไม่รู้จะต า ยเมื่อไหร่ จะต า ยไปทั้งๆ ที่ใจมันหนัก ไม่ได้ทำในสิ่งที่อย ากทำ และไม่ได้สุขในสิ่งที่ควรได้สุขเลย

ครูบาขอเจริญพร

ขอบคุณที่มา : khaonaroo.com

Load More Related Articles
Load More By tongdangpatla
Load More In ข้อคิด

Check Also

วิธีการ เอาชนะคนอิจฉา แบบผู้มีปัญญาแล้ว

เชื่อว่าในชีวิคนเราทุกคนต้องพบเจอกับคนประเภทที่ ขี้อิจฉา จ้องจะเอาชนะไปซะหมดทุกเรื่องแต่กา…