Home ข้อคิด เมื่อความ”หวังดีและห่วงใย” กลายมาเป็น”ความน่ารำคาญ”

เมื่อความ”หวังดีและห่วงใย” กลายมาเป็น”ความน่ารำคาญ”

0 second read
0
0

ความหวังดีที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ก็เท่ากับส่วนเกิน หวังดีแล้วไม่ได้ดีหวังดีแต่เขาไม่เห็นค่าอุตส่าห์หวังดี ทำไมถึงโกรธหวังดีก็หาว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง คำพูดน้อยใจหรือเสียใจประมาณนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยถึงบ่อยมาก ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ที่หวังดีไม่มากก็น้อย

แต่เมื่อฟังรายละเอียดของเหตุการณ์แล้วพบว่า ความหวังดีที่เป็นส่วนเกินที่พบได้บ่อยนี้สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ

1. หวังดีแต่ผลร้ าย

ต้องบอกก่อนว่ากรณีนี้ ไม่ได้พูดถึงการ หวังดีประสงค์ร้ าย ซึ่งในกรณีนี้จะหมายถึงการประสงค์ร้ ายตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่มาทำเหมือนดีด้วย แต่เป็นการทำด้วยความหวังดีจริงๆ แต่ผลกลับออกมาไม่ดี ตัวอย่ างของความหวังดีแบบนี้เช่น สามีต้องเอาเอกสารสำคัญไปทำงานพรุ่งนี้

ด้วยความกลัวลืมเอาไปมากจึงเอากระเป๋าใส่เอกสารไปแขวนไว้ตรงหน้าประตูจะได้ไม่ลืม ภรรย าเดินผ่านมาเห็นจึง “หวังดี” เอาไปเก็บในห้องให้เพื่อความเรียบร้อยผลคือสามีลืมเอาไป แน่นอนว่าความหวังดีที่ผลร้ ายแบบนี้ มักทำให้อีกฝ่ายโกรธหรือไม่พอใจ หากมาวิเคราะห์

ความหวังดีประเภทนี้จะพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มักประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ

คิดไม่รอบคอบ มักคิดเองเออเองว่าสิ่งที่ทำมันดี โดยไม่เข้าใจเหตุการณ์อย่ างถ่องแท้ เช่นตัวอย่ างกรณีแรกจะเห็นว่า หากคิดให้ดีๆควรจะสงสัยและคิดว่าทำไม สามีต้องเอากระเป๋าไปแขวนไว้ตรงหน้าประตูด้วย น่าจะมีเหตุผลบางอย่ าง

แต่พอไม่ทันคิด จึงกลายเป็นคิดเอาเองว่า การเอาไปเก็บในห้องให้เรียบร้อยเป็นสิ่งที่ดี จึงเกิดปัญหาขึ้นขาดการสื่อสารที่ดี ในทั้งสองกรณีที่ยกตัวอย่ างจะเห็นว่าปัญหาจะไม่เกิดเลย หากเราถามอีกฝ่ายหนึ่งก่อนว่าที่ทำแบบนั้นมีเหตุผลอะไรรึเปล่า หรือก่อนจะเอาไปเก็บถามก่อนว่า

อีกฝ่ายต้องการหรือไม่ ก็จะหลีกเลี่ยงผลเสียที่ตามมาได้แล้วแนวทางแก้ไข จากที่วิเคราะห์ไปจะเห็นว่า ความหวังดีแต่ผลร้ ายนี้สามารถแก้ได้ 2 แบบ คือคิดให้รอบคอบก่อนหากไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ทำมันจะดีจริงก็ชะลอไว้อย่ าพึ่งทำ และ สื่อสารกันให้ดี ถามอีกฝ่ายหนึ่งก่อนว่าต้องการความหวังดีของเรา หรือเท่านี้ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้แล้ว

2. หวังดีแต่น่ารำคาญ

กรณีนี้อาจไม่ได้มีผลร้ ายอะไรตามมา แต่ความไม่พอใจมักเกิดจากความเยอะ หรือมากเกินไปของความหวังดี ตัวอย่ างที่เห็นได้บ่อย คือการถามหรือบ่นอะไรซ้ำๆ เช่น แม่เป็นห่วงลูกสาวมากเลยหวังดีโทรถามทุกเย็นว่าเลิกเรียนแล้วกลับบ้านรึยัง

ซึ่งทำให้ลูกสาวหงุดหงิดและรำคาญ หรือฝ่ายหญิงพูดเตือนแฟนทุกครั้งที่เล่นเกมส์  เพราะ “หวังดี” กลัวเสียสายตาจนอีกฝ่ายเบื่อ แนวทางแก้ไขกรณีนี้จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่สิ่งที่แต่สร้างปัญหาคือความมากเกินไปของความหวังดี ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความกังวลของคนที่หวังดีนี่แหละ

ดังนั้นการแก้คือต้องรู้ตัวแล้วลดความเยอะหรือบ่อยลงไป และหาทางจัดการกับความกังวลของตัวเองให้ได้

3. หวังดีแต่ผิดเวลา

กรณีนี้คือตัวสิ่งที่ทำไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือดันผิดเวลาผิดกาลเทศะ จึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีเช่น รู้มาว่าเพื่อนเพิ่งหย่ ากับสามีพอเจอหน้าเพื่อนเลยรีบถามด้วยความเป็นห่วง ว่าแกเป็นไงมั่งเห็นว่าเพิ่งหย่ าเหรอต่อหน้าเพื่อนอีกเป็นสิบคน ซึ่งความจริงเพื่อนก็อย ากระบายและปรึกษาอยู่ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้แนวทางแก้ไข ก่อนแสดงความหวังดีควรมองรอบๆ ก่อนสักนิดว่า จังหวะและเวลามันเหมาะสมจริงหรือไม่ ก่อนที่จะแสดงความหวังดีออกไป

4. หวังดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่

กรณีนี้พูดง่ายๆเลยคือ คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด แม้ผลจะดียังไงอีกฝ่ายก็ไม่ชอบอยู่ดี บางครั้งอาจเกิดจากระดับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้สนิทสนมมากเพียงพอ แนวทางแก้ไขกรณีนี้ก่อนแสดงความหวังดี ควรพิจารณาก่อนว่าความสัมพันธ์ของเรากับอีกฝ่ายเป็นอย่ างไร

เราเป็นคนที่อีกฝ่ายอย ากได้รับความหวังดีหรือไม่ หากในกรณีที่ทำไปแล้วอีกฝ่ายไม่สนใจในความหวังดี ก็คงต้องทำใจและเลิกทำไปหรือหากยังอย ากพย าย ามทำให้ต่อไป ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณีการตามจีบก็ต้องทำใจยอมรับไว้ก่อนเลยว่าอีกฝ่ายอาจไม่โอเคด้วย

ดังนั้นแล้ว หากให้สรุปง่ายๆ ก็คือต้องตระหนักไว้เสมอว่าความหวังดีไม่ได้แปลว่า มันจะดีทุกครั้งความหวังดีนั้นต้อง ถูกเรื่อง ถูกเวลา ถูกคนและไม่มากเกินไป จึงจะเป็นความหวังดีที่ดีจริงๆ เรื่องของความหวังดีอย่ าหวังดีหัวปักหัวปำ บางครั้งการห่วงใย กลายเป็นก้าวก่ายไม่รู้ตัว

และความหวังดีที่มาผิดที่ผิดเวลา อาจเรียกได้ว่า เผือกเพราะว่าหวังดีของเราอาจไม่ได้แสดงในทางดี และหวังดีของเราอาจไม่ทำให้คนพอใจเสมอไป หวังดีไม่ใช่การยืนมองอยู่ในจุดเราหวังดีไม่ใช่จัดไปจัดให้ตามใจเพื่อให้รู้ว่ารักหวังดี ไม่ใช่การฝืน ขืนใจ

หวังดีไม่ใช่การเก็บไว้ในใจเสมอ ให้คนเดาเอาเองหวังดีมีความแตกต่างกันไปอย่ างน้อย ควรแสดงออกให้รู้ว่าหวังดีท้วงติง ตริตรองไม่ให้เกิดการเหลิงลมบน

ขอบคุณที่มา : silompost

Load More Related Articles
Load More By tongdangpatla
Load More In ข้อคิด

Check Also

วิธีการ เอาชนะคนอิจฉา แบบผู้มีปัญญาแล้ว

เชื่อว่าในชีวิคนเราทุกคนต้องพบเจอกับคนประเภทที่ ขี้อิจฉา จ้องจะเอาชนะไปซะหมดทุกเรื่องแต่กา…